More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  TalPhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

Tal

View space
ชิว..ชิว
View space
|^O^|**Som-O**|^O^|
View space
Paradee
View space
ღ T i T ¥ ღ
View space
What
View space
ang : )

March 27

...

ไปหลงระเริงในฮิห้าอยู่นานนนนน
สนุกสนานเหมือนของเล่นใหม่
เอากะมันสิ ทำเอาเข้าสเปซไม่ถูกกันเลยทีเดียว คลิกตรงไหน เข้ายังไง ลืมไปเลย
...
ไม่ได้เขามาในนี้เป็นชาติ
ตั้งแต่ท้อง2-3 เดือน จนตอนนี้ 7 เดือนแว้ว อุ้ยอ้ายอึดอัดน่าดู
เวลา...จะว่าผ่านไปเร็วก็เร็ว
จะว่าช้าก็ช้าเหลือเกิน
...
 
 
 
 
 
October 15

ระบบ mother preparation system

ตอนนี้ร่างกายกำลังติดตั้งระบบ mother preparation system
โอ้โห ปั่นป่วนน่าดู ยังกะโงกุลกำลังจะแปลงร่างเป็นลิงยักษ์ในดราก้อนบอลล์แซด
ต่อมน้ำนมกำลังเริ่มบูสต์เครื่อง ทำให้บี๊ปบี๊ปขยายใหญ่ อลังการอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน และที่สำคัญ เจ็บบบบบบ
ร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนควบคุมการทำงานของลำไส้ให้มีการดูดซึมอาหารอาหารช้าลงเพื่อนำสารอาหารไปใช้อย่างเต็มที่ ทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วน อยากอ๊วกกกกก ทั้งวัน
รังนอนของเจ้าตัวน้อยมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงกดทับกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ใกล้กัน  ทำให้ปวดฉี่...บ่อยมาก
อะไรกันนี่ เกิดอะไรขึ้นมากมาย พึ่บพั่บไปหมด
ตัวเราซึ่งเป็นเจ้าของตัวเองยังงงเลยว่า ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้อย่างไร
ธรรมชาติเป็นผู้กำหนดทุกสิ่งจริงๆ
มหัศจรรย์นะ ธรรมชาติเนี่ย
นี่ขนาดช่วงเดือนแรกยังขนาดนี้ ตาลเอ๊ย...ต่อไปจะต้องเจออะไรอีกบ้าง
ได้แต่หวังว่านอกจากธรรมชาติจะติดตั้งระบบ mother preparation system ให้ร่างกายแล้ว
ก็ขอให้ติดตั้งระบบ mother preparation system ให้กับจิตใจของเราด้วย
ขอให้เราเข้มแข็ง และพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตด้วยนะ
 
16 ตุลาคม
September 02

มันมา...อีกแล้ว

มันมาอีกแล้ว
สิ่งที่เฝ้ารอ...ไม่อยากให้มา
มาเพื่อจะบอกว่า สิ่งที่รอ ยังไม่ถึงเวลา
 
เดี๋ยวๆ นี่ไม่ได้ตั้งใจจะแต่งกลอนนะ
แต่ไหนๆ กลอนมันพา
เอาเป็นว่า
ยังไม่ถึงเวลาก็แล้วกัน
 
...เฮ้อ
 
 
September 01

กำไลหยก

 
หลายเดือนก่อน
เราอารมณ์หงุดหงิดง่ายมากๆ พูดจากับใครไม่ดีเลย จนคนรอบข้างระอา และเกิดคำถามว่า "มันเป็นอะไรของมัน"
วันนึง หลังจากที่อยู่พร้อมหน้ากันกับม้าและพี่น้อง จริงๆ วันนั้นเป็นวันที่เราอารมณ์ดีและสบายใจมาก เพราะนานๆ เราจะได้อยู่พร้อมหน้าและไปเที่ยวทะเลด้วยกัน แต่วันนั้นกลับเป็นวันที่ม้าตัดสินใจ "พิจารณาคดี" เรา อย่างไม่คาดคิด
ม้าถามว่าเป็นอะไรช่วงนี้ รู้ตัวไม๊ ว่าเธอดูไม่มีความสุข ถ้ายังไม่ปรับตัว คนที่แย่ที่สุดก็คือตัวเธอเองนะ
วันนั้นเราจ๋อย และอธิบายอะไรไม่ถูก นอกจากเงียบ และพิจารณาตัวเอง
 
หลังจากนั้นไม่กี่วัน
ม้าเอากำไลหยกมาให้ บอกว่าใส่ไว้ จะได้ใจเย็นขึ้น
เรารับมาใส่แบบว่าง่ายเลยล่ะ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่ชอบใส่อะไรที่แขนที่คอ แบบที่ต้องใส่ไว้ตลอดเวลา
เราเองก็รู้สึกตัว รู้สึกแย่ กับภาวะที่ต้องอยู่ในความเป็นห่วงของคนรอบข้าง รู้สึกเหนื่อยกับอารมณ์โกรธ หงุดหงิด เศร้า สารพัดที่ขั้นๆ ลง
ก็เลยคิดว่าลองใส่ดูคงไม่เป็นไร อีกอย่าง กำไลหยกก็สวยดี
 
เคยรู้มาบ้าง ว่าหยกมีสรรพคุณในทางที่ทำให้คนใส่ใจเย็น เย็นเหมือนเนื้อของมัน แล้วก็ยังสามารถรับเอาสิ่งไม่ดีไว้หรือจะเรียกว่ารับเคราะห์แทนคนใส่ก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าหยกจะเหมาะกับทุกคน เค้าว่าคนที่ใส่แล้วเนื้อหยกยิ่งสวย ใส แวววาว นั่นแสดงว่าเหมาะหรือถูกโฉลกกัน แต่ถ้าใส่แล้วหยกไม่สวย สีหมองๆ หรือคนใส่เจอเรื่องไม่ดีบ่อยๆ แสดงว่าไม่ถูกโฉลก ถอดซะดีกว่า
 
เออ แปลกนะ หลังจากนั้น เราสำรวจตัวเอง ก็รู้สึกว่าเย็นใจขึ้น และทะเลาะกับคนรอบข้างน้อยลง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกำไลหยก หรือเพราะถูก "พิจารณาคดี" ก็เลยพยายามปรับปรุงตัว ปรับมุมมอง
ชีวิตช่วงนั้นก็รู้สึกดีขึ้น ระมัดระวังในสิ่งที่ตัวเองปฏิบัติต่อคนรอบข้าง เข้าอกเข้าใจคนนั้นคนนี้ ใจเย้นนนน ใจเย็น อดท้นนนน อดทน นิ่ง...แล้วก็รู้สึกดี
วันนึง วิวมาดำน้ำที่ภูเก็ต มีโอกาสได้เจอแล้วก็นั่งคุยกันพักนึง มันถามเรื่องกำไลหยก เราตอบว่า "ม้าให้ใส่ จะได้ใจเย็น" มันทำหน้าเหยๆ แล้วถามกลับ "แล้วใจเย็นไม๊" เราบอก "ก็เย็นนะ" เจอวิวทักอย่างนี้ เราเลยรู้สึกตัวเองเหมือนเฮ่งเจีย ที่ต้องมีที่รัดหัวของพระถังซัมจั๋งคอยควบคุมพฤติกรรม
 
ไม่กี่วันก่อน
มีเหตุให้เราเบื่อหน่ายสิ่งแวดล้อม ผิดหวังจากคนรอบข้าง และรู้สึกแย่หนัก
แล้วก็มีเหตุให้เราถอดกำไลหยกอันเก่าออก เปลี่ยนมาใส่อีกอันที่ม้าให้ไว้นานแล้ว เพราะรู้สึกว่ามันสวยกว่าอันเดิม
เรายังคงรู้สึกแย่อยู่อย่างนั้น หลายวันเข้า พี่แม็กซ์เริ่มทักว่าช่วงนี้เป็นอะไร
เราก็รู้สึกตัวและพยายามหาสาเหตุ เริ่มคิดว่าเป็นเพราะกำไลหยกหรือเปล่า แต่ก็ค้านอยู่ในใจว่าไม่น่ะ มันขึ้นอยู่ที่ตัวเรามากกว่า
 
วันนี้
เราว่าง ก็เลยคิดเอากำไลหยกอันที่เอามาใส่ใหม่ ไปล้างน้ำแล้วตั้งกลางแดด อย่างที่เคยรู้มาว่าการจะเอาหินอะไรมาใส่หรือประดับตัว ควรทำอย่างนี้เพื่อรับพลังธรรมชาติให้เต็มที่ซะก่อน (แอบคิดน่ะ ว่าที่เราหงุดหงิด เพราะหยกอันใหม่หรือเปล่า ก็เลยพยายามทำอะไรซักอย่าง) หลังจากล้างน้ำแล้ว เราก็เอากำไลหยกตั้งกลางแดดไว้หลังบ้าน บนที่ตากผ้าแบบแขวน (คิดได้ไงวะ ถึงไปตั้งบนที่แบบนั้น) แล้วเราก็ไปซักผ้า พักนึงเราซักผ้าเสร็จ ก็ลำเลียงเอามาตากหลังบ้าน แวบเดียวจริงๆ กำไลหยกที่ตั้งไว้อย่างหมิ่นเหม่ ก็ตกปุ๊กลงพื้น
มันเกิดขึ้นเร็วมาก กำไลหยกเนื้อสวยมีรอยร้าวเล็กๆ แต่ไม่แตก ...มันร้าว แต่ไม่แตก
นั่งมองรอยร้าวอยู่นาน ...เสียดาย และคิดว่าถ้าไม่วางตรงนี้ มันคงไม่ตก ถ้าเรารับทัน มันคงไม่ร้าว
รู้สึกว่ารอยร้าวเล็กๆ ทำให้กำไลหยกหมดความงาม กลายเป็นกำไลหยกที่มีรอยร้าว
 
เก็บกำไลหยกเข้าบ้านมา พร้อมกับเกิดความคิดมากมาย ...ย้อนดูตัวเอง
ช่วงนี้รู้สึกอย่างแรงว่าเบื่อสิ่งแวดล้อม เครียดกับคนรอบข้าง คิดว่าทำไมคนเราชอบทำร้ายกัน ทั้งๆ ที่รักและเป็นห่วงกัน ทั้งๆ ที่ผูกพันและรู้สึกดีต่อกัน ทำร้ายกันด้วยคำพูด โดยลืมนึกไปว่าคนฟังเขาจะรู้สึกอย่างไร ทำร้ายกันด้วยการกระทำ โดยลืมนึกไปว่าถ้าเราเจอเหตุการณ์อย่างนี้บ้าง เราจะเสียใจไหม
แม้ว่าจะพยายามลืมๆ ไปบ้างแล้วก็ตาม แต่บางเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วมันยังอยู่ในความทรงจำ พร้อมจะออกมาทำร้ายความรู้สึกทุกครั้ง บางคำพูดเป็นประโยคที่นึกถึงทีไรก็ทำให้เจ็บจุกที่หัวใจทุกที เหมือนรอยร้าวในเนื้อหยกแสนสวย มันไม่แตก มันร้าว และรอยร้าวยังมองเห็นอยู่ทุกครั้งที่เรามอง
 
เราตัดสินใจเอากำไลหยกใส่แขนอีกครั้ง แม้ว่ามันจะมีรอยร้าว เพราะใจนึง ถึงแม้จะรู้สึกว่ารอยร้าวนั้นทำให้กำไลหยกอันสวยของเรามีตำหนิ แต่เนื้อหยกที่ยังคงเกลี้ยงใส แวววาว ทั้งวง ก็ยังคงความสวยของมันอยู่ มันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเราแล้วล่ะ ว่าจะเลือกมองรอยร้าว หรือเนื้อหยก
ถ้าเราเลือกมองรอยร้าว กำไลหยกของเราก็กลายเป็นของมีตำหนิ
แต่ถ้าเลือกมองเนื้อหยก รอยร้าวนั้นมันก็จะค่อยๆ เลือนไป จนแทบมองไม่เห็น
 
คงเหมือนความรู้สึกแย่ๆ ที่เกิดขึ้นตอนนี้ เราจะกอดมันไว้อีกนานไหม ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันก็ทำร้ายตัวเรา ทำร้ายความรู้สึกเรา ทำร้ายคนรอบข้างเรา โดยเฉพาะเขาเป็นคนที่เรารัก
 
กำไลหยก ช่วยทำให้เรากลับมาเป็นคนใจเย้นนนน ใจเย็น อดท้นนนนน อดทน นิ่ง ...และมีความสุขอีกครั้งนึง เถอะนะ
 
31 สิงหาคม 50
August 27

ฮุฮุฮุ

ฮุฮุฮุ มีบล็อกเป็นของตัวเองแว้ว 
จริงๆ มันเป็นเรื่องง่ายจะตายเนาะ ไอ้เราก็นึกว่าจะต้องมีอะไรยากเย็นและซับซ้อนกว่านี้เยอะแยะ
 
อันนี้ต้องยกความดีให้แอง ที่ชี้ทางสว่างให้คนโง่ โดยที่แองก็คงงงๆ ว่าชี้ตอนไหนวะ
 
นี่ถ้าไม่สลัดความกลัวอายออกไป แล้วสะบัดขนเล็กน้อย โทรไปถามแอง(หลังจากโง่เวียนวนสุ่ม มั่ว เอาเองอยู่นาน) ก็คงยังนั่งพร่ำในใจอยู่นั่นแหละว่า "อยากมีบล็อกของตัวเองมั่งจัง"
 
เอาเถอะยังไงเราก็ทำได้แล้ว! (แววตาปุ๊งปิ๊ง)
ยังกะมันยากนักน่ะ ตาลเอ้ย
 
โอเค ไว้เจอกันนะ